วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รับโล่รางวัล ผลการประเมินการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับระบบการบริหารจัดการงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554




                      เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชลบุรี โดยนายคำรณ พวงมณี สหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี (อดีตสหกรณ์จังหวัดชลบุรี ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ) เป็นตัวแทนเข้ารับโล่รางวัล ผลการประเมินการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับระบบการบริหารจัดการงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 โดยได้รับคะแนนรวม 85.63 คะแนน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) อยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้
          ตามที่กองแผนงานได้กำหนดกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 โดยแบ่งการประเมินผลเป็น 3 ส่วน รวมทั้งสิ้น 100 คะแนน ประกอบด้วย
           ส่วนที่ 1  ผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณ จำนวน   35  คะแนน สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชลบุรี ได้คะแนน 30.96 คะแนน
           ส่วนที่ 2  ประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการที่กรมฯ ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่ PART, PMQA , VFM การกำหนดประเมินผลกรม  จำนวน 35 คะแนน สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชลบุรี ได้คะแนน 30.67 คะแนน
           ส่วนที่ 3   การบริหารจัดการข้อมูล และการพัฒนาระบบงานโดยประเมินการจัดทำและการส่งรายงาน/ข้อมูล และเอกสารต่าง ๆ จำนวน 30 คะแนนสำนักงานสหกรณ์จังหวัดชลบุรี ได้คะแนน 24 คะแนน 
          นอกจากคะแนนที่นำมาประเมินผลการปฏิบัติงานแล้ว มีผลสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(ข้อมูลจาก กพร.) โดยได้รับผลประเมินจากการสำรวจอยู่ในลำดับที่ 17                                 

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

 อธิบดี สมชาย ชาญณรงค์กุล ตั้งเป้า ปี 2555 ยกเครื่องนักส่งเสริมสหกรณ์ทั่วประเทศวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 10:53:44 น.
Share23 บทความพิเศษ สิรินนา อ้นบุตร 
 
                  นับตั้งแต่ ปี 2545 ภายหลังการปรับโครงสร้างภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างดังกล่าว โดยการย้ายสหกรณ์อำเภอมาประจำที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ส่งผลกระทบก่อให้เกิดปัญหา ขาดความใกล้ชิดและการติดต่อประสานงานในการทำงานร่วมกับสหกรณ์ และปัญหาการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นปัญหาของสหกรณ์ได้ทันกับสถานการณ์ สิ่งที่ตามมาคือ ความล่มสลายของสหกรณ์หลายแห่ง อันเนื่องมาจากการบริหารจัดการที่ขาดความใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ ทำให้แนวทางในการดำเนินงานของสหกรณ์เปลี่ยนไปจากหลักการสหกรณ์ที่แท้จริง และมีความหลากหลายของรูปแบบธุรกิจที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบสหกรณ์โดยรวม เป็นปัญหาที่ลุกลามใหญ่โต และส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาที่ยากขึ้น

                     กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงเร่งปรับระบบการทำงาน ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่สามารถเพิ่มอัตรากำลังได้ และงบประมาณค่อนข้างจำกัด โดยการจัดระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ให้มีความชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับสมาชิกสหกรณ์ได้ตรงจุดเป้าหมายที่สุด โดยการปรับระบบเป็นหน่วยส่งเสริม เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว มีการกำหนดความชัดเจนในการเข้าไปทำงาน และกำหนดแผนการทำงานของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์ ในการเข้าไปให้คำแนะนำและช่วยสนับสนุนสหกรณ์



เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ต้องทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ตัวตนที่แท้จริงของสหกรณ์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สหกรณ์ได้มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง และสิ่งที่เป็นปัญหาของสหกรณ์ นักส่งเสริมสหกรณ์ต้องทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา ให้สหกรณ์คิดเป็น ทำเป็น และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีคู่มือการทำงานของนักส่งเสริมสหกรณ์ ที่เรียกว่า CPD Card ซึ่งเป็นบัตรประจำตัวของแต่ละสหกรณ์ ที่จะบอกรายละเอียดของการลงไปตรวจเยี่ยมสหกรณ์ และสถานภาพของสหกรณ์เป้าหมาย รวมถึงผลการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ของสหกรณ์ เพื่อให้รู้ถึงปัญหาของแต่ละสหกรณ์ว่ามีกี่ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข และจะแก้ไขด้วยวิธีการใด จากนั้นจะติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน

CPD Card จึงเป็นคู่มือในการทำงานและบันทึกผลการปฏิบัติงานของนักส่งเสริมสหกรณ์ในแต่ละวันว่า ได้ไปตรวจเยี่ยมสหกรณ์ใดบ้าง และปฏิบัติงานร่วมกับสหกรณ์ โดยการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของสหกรณ์แต่ละแห่ง เมื่อพบว่าสหกรณ์นั้นมีปัญหา จะต้องบันทึกผลว่าพบปัญหาของสหกรณ์กี่เรื่อง รวมถึงข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาแต่ละเรื่องควรแก้ไขด้วยวิธีการใด ซึ่งจะทำให้สามารถติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ได้สะดวก ทำให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์วางแผนในการทำงานแต่ละสัปดาห์ๆ ว่า สัปดาห์นี้ควรเข้าไปแนะนำส่งเสริมสหกรณ์ในเรื่องใด เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการเข้าไปทำงานของนักส่งเสริมสหกรณ์

นโยบายหลักที่สำคัญคือ การมีส่วนร่วมของสหกรณ์ในการพัฒนาองค์กรของตนเอง เนื่องจากบางสหกรณ์ทำธุรกิจหลายประเภท เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์กับสหกรณ์ต้องทำงานและแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการ เพื่อให้การขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสหกรณ์ให้สามารถเดินหน้าต่อไป แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่

1. การอบรมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์เพื่อทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ (Trainer) โดยจัดระบบความคิดและสร้างความเข้าใจในการส่งเสริมสหกรณ์รูปแบบใหม่

2. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่ผ่านการอบรมให้เป็นเทรนเนอร์ ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์อื่นๆ เพื่อให้นำไปขยายผลต่อ และ

3. จัดตั้งฝ่ายติดตามผลการทำงานของเทรนเนอร์ และการอำนวยความสะดวก สนับสนุนการปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ งบประมาณ โดยจะมีการประเมินผลเป็นระยะๆ

การประเมินผลระบบการส่งเสริมสหกรณ์รูปแบบใหม่นี้ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ สิ่งแรกคือ ประเมินว่าการที่นำระบบการส่งเสริมสหกรณ์ใหม่มาใช้นั้นมีความเหมาะสมกับลักษณะงานมากน้อยเพียงใด กับการประเมินผลกระทบที่เกิดกับสหกรณ์ ว่าการใช้รูปแบบการส่งเสริมสหกรณ์ใหม่นี้ สหกรณ์สามารถบริหารจัดการสหกรณ์ได้ดีขึ้นหรือไม่ ปัญหาเรื่องการทุจริตในสหกรณ์ลดลงมากน้อยเพียงใด และสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการดำเนินธุรกิจที่ผิดไปจากหลักการสหกรณ์ได้หรือไม่ เพื่อปรับระบบการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคาดหวังว่าการขับเคลื่อนภายในระยะเวลา 6 เดือน จะประเมินได้ว่า ระบบการส่งเสริมสหกรณ์นี้เดินมาถูกต้องแล้ว หรือมีประเด็นใดที่ต้องปรับเนื้อหาและรูปแบบ เพื่อให้เข้าสู่เป้าหมายได้เร็วมากยิ่งขึ้น

คุณสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงการจัดระบบส่งเสริมสหกรณ์ใหม่นั้น สามารถดำเนินการได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากคือ เนื้อหาที่จะเข้าไปส่งเสริม ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ได้ตรงจุดที่สุด แก้ปัญหาได้ตรงเป้าหมายที่สุด กรมพยายามขับเคลื่อนทั้งระบบการส่งเสริมสหกรณ์และระบบการบริหารงานของสหกรณ์ ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน สิ่งนี้ถือเป็นเป้าหมายแรกที่จะใช้ขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2555 โดยตั้งเป้าหมายว่า 3 เดือนแรก ดำเนินการใน 27 จังหวัดนำร่อง เพื่อเป็นต้นแบบ หลังจากนั้น 3 เดือน จะขยายผลเพื่อดำเนินการเต็มพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป ภายใน 6 เดือน คาดว่าจะประเมินได้ว่า ระบบที่ดำเนินการมานี้ นำมาปรับใช้ได้ถูกต้องแล้ว หรือยังมีประเด็นใดที่ต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ปฏิบัติงานได้เข้าถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และช่วยแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ได้อย่างครบวงจร นี่คือ สิ่งที่กรมส่งเสริมสหกรณ์อยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อประกาศให้ ปี 2555 เป็นปีแห่งการปรับระบบการส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งใน 3 เดือนแรก จะขับเคลื่อนไป 27 จังหวัดนำร่อง จากนั้นจะขยายผลเพื่อดำเนินการเต็มพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป เพื่อการก้าวเข้าสู่เป้าหมายของการพัฒนางานสหกรณ์อย่างแท้จริง

สหกรณ์ร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 นางสาววาสนา  ศุกระศร สหกรณ์จังหวัดชลบุรี และข้าราชการสำนักงานสหกรณ์จังหวัดชลบุรีในเขตพื้นที่ 3 เข้ารับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลืออุกทกภัยน้ำท่วมจากสถาบันสหกรณ์ที่อยู่ในเขตพื้นที่ 3 จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

1. สหกรณ์ออมทรัพย์แรงงานเอสโซ่แห่งประเทศไทย จำกัด บริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ไฟฉาย ฯลฯ
 








2. สหกรณ์การเกษตรบางละมุง จำกัด มอบเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 20,000 บาท
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชลบุรี จะรวบรวมสิ่งของต่าง ๆ ที่ได้รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือจังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม โดยจะเป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคสิ่งของเพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบอุกทกภัยต่อไป
 


วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พิธีพลีกรรมตักน้ำและเสกน้ำพระพุทธมนต์ ณ สระเจ้าคุณเฒ่า วัดเขาบางทราย





วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2554  นางสาววาสนา  ศุกระสร สหกรณ์จังหวัด นำคณะข้าราชการและพนักงานราชการ เข้าร่วมพิธีพลีกรรมตักน้ำและเสกน้ำพระพุทธมนต์  ณ สระเจ้าคุณเฒ่า วัดเขาบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี  โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายวิชิต  ชาตไพสิฐ  เป็นประธานในพิธี และเป็นผู้พลีกรรมตักน้ำ  ในพิธีกรรมตักน้ำ  เป็นส่วนหนึ่งในของโครงการในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ดำเนินการจัดพิธีเสกและอันเชิญน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อเข้าร่วมในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวามพระพรชัยมงคล...........


วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สหกรณ์จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรทำประมงท่าเทววงษ์


     
 
 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2554  นางสาววาสนา  ศุกระศร  สหกรณ์จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยผุ้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 3 และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ ได้เข้า ตรวจเยี่ยม และแนะนำส่งเสริม กลุ่มเกษตรกรทำประมงท่าเทวงษ์ ที่หมู่ 5 ต.ท่าเทวงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ประกอบธุรกิจการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย (ขายน้ำมันดีเซล-เบนซิล) ให้กับสมาชิกและประชาชนทั่วไปที่อาศรัยอยู่บนเกาะสีชัง โดยมีปริมาณธุรกิจการจำหน่ายสินค้ามียอดจำหน่ายถึง ปีละ 17,821,295.21 บาท มีสมาชิกรวม 105 คน ทุนดำเนินงานทั้งหมด 2,925,815.21 บาท และมีกำไรสุทธิรวม 449,412.55 บาท
       สหกรณ์จังหวัดชลบุรี ได้แนะนำให้กลุ่มฯ ควรหาช่องทางในการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  เพราะในด้านการบริหารจัดการกลุ่มฯมีคณะกรรมการที่มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ มีการทำงานเป็นทีม มีการควบคุมภายในที่ดีในเรื่องการบริหารจัดการ ผู้ตรวจสอบกิจการของกลุ่มสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามข้อบังคับ มีการจัดประชุมคณะกรรมเป็นประจำอย่างตัวเนื่อง

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประชาสัมพันธ์ คู่มือ 39 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ 1 ตุลาคม 2554


                  กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดทำผลการปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมา บุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์
ภายใต้การนำของนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจการส่งเสริมงานสหกรณ์ด้วยความเข้มแข็ง โดยมีความมุ่งมั่นพัฒนาให้สหกรณ์สามารถเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้อย่างยั่งยืน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ปีที่ ๓๙ ในวันเสาร์ ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ จึงได้รวบรวมผลงานสำคัญไว้ในหนังสือเล่มนี้เพื่อให้ผู้สนใจ ได้รับทราบถึงโครงการและกิจกรรมที่ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมสหกรณ์ในปี ๒๕๕๔